blogiphone-trade-in-price

เช็กราคารับซื้อ iPhone ก่อน iPhone 18 มา เทคนิคดูแลเครื่องให้ได้ราคาสูง

รู้ไหมว่า ทุกครั้งที่ Apple เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ราคารับซื้อ iPhone รุ่นเก่าจะดิ่งลงทันทีหลักพัน ถึงหลักหมื่นบาท?

ถ้าคุณกำลังถือ iPhone อยู่ในมือ และกำลังคิดว่า “รอขายพร้อม iPhone 18 ดีไหม”  บทความนี้คือสิ่งที่คุณต้องอ่านตอนนี้เลย

เพราะเวลาของคุณมีจำกัด และราคาที่คุณจะได้ก็กำลังนับถอยหลัง

ทำไมราคารับซื้อ iPhone ถึงสำคัญตอนนี้เป็นพิเศษ?

ทุกปี เมื่อ Apple ประกาศ iPhone รุ่นใหม่ในช่วงเดือนกันยายน ตลาดรับซื้อมือสองจะเกิดปรากฏการณ์เดิมซ้ำๆ คือ:

  • ราคารับซื้อลดฮวบ 10–25% ภายใน 1–2 สัปดาห์หลังเปิดตัว
  • ตลาดล้น เพราะคนแห่เอา iPhone เก่ามาขายพร้อมกัน
  • ผู้รับซื้อกดราคา เพราะมีสต็อกเยอะ

ตัวอย่างที่ผ่านมา: iPhone 14 ที่ครั้งหนึ่งรับซื้อที่ 18,000–20,000 บาท หลัง iPhone 15 เปิดตัวได้ไม่กี่อาทิตย์ ราคารับซื้อเหลือแค่ 13,000–15,000 บาทเท่านั้น

ขายก่อน = ได้เงินมากกว่า มันง่ายขนาดนั้นเลย

ราคารับซื้อ iPhone แต่ละรุ่น ตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่?

⚠️ ราคาด้านล่างเป็นราคาอ้างอิงในช่วงกลางปี 2026 อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพเครื่องและช่องทางรับซื้อ

iPhone รุ่นที่ยังได้ราคาดีอยู่

รุ่น ราคารับซื้อโดยประมาณ หมายเหตุ
iPhone 16 Pro Max 32,000–38,000 บาท ยังได้ราคาสูงมาก
iPhone 16 Pro 28,000–33,000 บาท ดีมาก ควรรีบขาย
iPhone 16 22,000–26,000 บาท ยังโอเค
iPhone 15 Pro Max 24,000–28,000 บาท เริ่มลงแล้ว
iPhone 15 Pro 20,000–23,000 บาท ขายได้เลย
iPhone 15 15,000–18,000 บาท ราคาพอรับได้
iPhone 14 Pro Max 16,000–19,000 บาท เริ่มตกแล้ว
iPhone 14 10,000–13,000 บาท ถ้ารอ iPhone 18 จะเหลือน้อยกว่านี้
iPhone 13 7,000–9,000 บาท ควรขายด่วนมาก

เคล็ดลับ: เช็กราคาจากหลายช่องทาง เช่น JIB, BananaSoft, iStudio Trade-in, หรือเว็บรับซื้อออนไลน์ เพราะราคาต่างกันได้หลักพัน

พร้อมประเมินราคาเครื่องเก่าหรือยัง? ทักไปคุยกับ Apple House ได้เลยตอนนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการขายไอโฟนง่ายกว่าที่คิด! >>> https://shorturl.asia/8WHeB

เทคนิคดูแลเครื่อง iPhone ให้ได้ราคาสูงสุด — ก่อนนำไปขาย

นี่คือความลับที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ผู้รับซื้อจะประเมินเครื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ สภาพภายนอก, ฟังก์ชันการทำงาน และสเปกเครื่อง

1. ดูแลสภาพภายนอก

สภาพหน้าจอและตัวเครื่องมีผลต่อราคามากถึง 20–30%

  • ติดฟิล์มกระจก คุณภาพดี ป้องกันรอยขีดข่วนบนจอ
  • ใส่เคสที่ครอบคลุม โดยเฉพาะขอบเครื่องและมุมที่เสี่ยงกระแทก
  • หลีกเลี่ยงการวางเครื่องคว่ำหน้า บนพื้นผิวแข็ง
  • ถ้ามีรอยเล็กน้อยบนเคส สามารถ ขัดรอยด้วยชุดขัดสำหรับ iPhone ได้ (มีขายทั่วไป)
  • ทำความสะอาดพอร์ต Lightning/USB-C ด้วยแปรงอ่อน ฝุ่นอุดตันทำให้ถูกกดราคาได้

2. รักษาสุขภาพแบตเตอรี่

แบตเตอรี่คือจุดที่ผู้รับซื้อดูก่อนเลย เพราะเปลี่ยนมีค่าใช้จ่ายสูง

  • ตรวจสุขภาพแบตได้ที่ การตั้งค่า → แบตเตอรี่ → สุขภาพแบตเตอรี่
  • ถ้าสุขภาพแบตเตอรี่เหลือ 80% ขึ้นไป ยังได้ราคาดี
  • ถ้าต่ำกว่า 80% พิจารณาเปลี่ยนแบตที่ศูนย์ Apple ก่อน เพราะลงทุน 1,000–1,500 บาท แต่ราคารับซื้ออาจเพิ่มขึ้น 2,000–3,000 บาท
  • หลีกเลี่ยงการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนบ่อยๆ และอย่าปล่อยแบตหมดจนเกินไป

3. เตรียมเอกสารและอุปกรณ์เสริม

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าของแถมเพิ่มราคาได้จริง

  • กล่องเดิม + อุปกรณ์ครบชุด เพิ่มราคาได้ 500–2,000 บาท
  • ใบเสร็จซื้อจาก Apple หรือตัวแทน สร้างความน่าเชื่อถือ
  • Apple Watch, AirPods ของแท้ ถ้าขายพ่วงบางร้านให้ราคารวมดีกว่า
  • ล้างเครื่องก่อนขาย แต่อย่าลืม ออกจาก Apple ID ก่อนทุกครั้ง!

4. เลือกช่องทางขายที่ใช่

ราคาต่างกันได้มากแค่ไหน? — มากกว่าที่คิด

  • ร้านรับซื้อทั่วไป: ได้ราคาเร็ว แต่อาจต่ำกว่าตลาด 10–15%
  • Marketplace (Shopee/Facebook): ได้ราคาสูงกว่า แต่ต้องรอและรับความเสี่ยงเอง
  • โปรแกรม Trade-in Apple/iStudio: สะดวกและปลอดภัย แต่มักได้ราคาต่ำกว่าตลาดนิดหน่อย
  • กลุ่มซื้อขาย iPhone มือสองใน Facebook: ราคาดีที่สุด แต่ต้องระวังมิจฉาชีพ

วิธีล้างเครื่อง iPhone ก่อนขาย >>> https://shorturl.asia/chGay 

iPhone จอแตก แบตเสื่อม ขายได้เท่าไหร่? >>> https://shorturl.asia/k8D4O 

ควรขายตอนนี้หรือรอ iPhone 18?

คำตอบตรงๆ คือ: ถ้าคุณตั้งใจจะขายอยู่แล้ว — ขายเลยดีกว่า

เหตุผลง่ายๆ:

  • iPhone 18 คาดว่าจะเปิดตัวเดือน กันยายน 2026 ราคารับซื้อรุ่นเก่าจะตกหนักทันที
  • รอแลกตอน iPhone 18 เปิดตัว คุณอาจ “เสีย” ไปหลายพัน ถึงหลักหมื่นบาทโดยไม่รู้ตัว
  • ยิ่งเครื่องคุณเก่า เช่น iPhone 13–14 ยิ่งควรรีบขาย เพราะราคาจะยิ่งร่วงหนักกว่า

ข้อยกเว้น: ถ้าคุณถือ iPhone 16 Pro / Pro Max อยู่ และไม่จำเป็นต้องขายตอนนี้ รอดูโปรโมชัน trade-in ตอน iPhone 18 เปิดตัวก็ยังพอไหว เพราะ Apple มักมีโปรฯ แลกซื้อที่น่าสนใจ

Checklist ก่อนนำ iPhone ไปขาย

✅ ออกจาก Apple ID / iCloud เรียบร้อยแล้ว 

✅ ปิด Find My iPhone แล้ว 

✅ สำรองข้อมูลผ่าน iCloud หรือ iTunes 

ลบข้อมูลและรีเซ็ต เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน 

✅ เช็กสุขภาพแบตเตอรี่แล้ว 

✅ ทำความสะอาดเครื่องเรียบร้อย 

✅ เตรียมกล่องและอุปกรณ์ครบ (ถ้ามี) 

✅ เช็กราคาจากอย่างน้อย 3 ช่องทาง ก่อนตัดสินใจ

 

วิธีล้างเครื่อง iPhone ก่อนขาย >>> https://shorturl.asia/chGay 

 

FAQ — คำถามที่คนถามบ่อยเกี่ยวกับการขาย iPhone

Q : ถามว่าขาย iPhone แบบไหนได้เงินเร็วที่สุด?

A : ร้านรับซื้อโดยตรงหรือโปรแกรม Trade-in ของ iStudio/Apple ได้เงินเร็วที่สุด ภายใน 30 นาทีถึง 1 วัน แต่ราคาจะต่ำกว่าขายเองบน Marketplace ประมาณ 10–15%

: ไม่มีกล่องและอุปกรณ์เสริม ราคาจะตกมากไหม?

A : ตกประมาณ 500–2,000 บาทขึ้นอยู่กับรุ่น ถ้าหากล่องไม่ได้จริงๆ ให้เน้นที่สภาพเครื่องและสุขภาพแบตเตอรี่แทน

Q : iPhone ล็อก Operator ยังขายได้ไหม?

A : ได้ แต่ราคาจะต่ำกว่า iPhone ปลดล็อก (Unlocked) ประมาณ 15–25% ควรปลดล็อกก่อนถ้าเป็นไปได้

Q : iPhone มีรอยแตกที่จอ ยังขายได้ราคาดีไหม?

A : ยังขายได้ แต่ราคาจะลดลงมากกว่า 30% พิจารณาเปลี่ยนจอที่ศูนย์ Apple ถ้าค่าเปลี่ยนน้อยกว่าส่วนต่างราคาที่จะได้เพิ่ม

Q : ควรเช็กราคาจากที่ไหนบ้าง?

A : แนะนำเช็กจากอย่างน้อย 3 ที่ เช่น เว็บไซต์รับซื้อออนไลน์, กลุ่ม Facebook รับซื้อ iPhone, และร้านค้าในท้องถิ่น จะได้ราคากลางที่แม่นยำที่สุด

 

apple house แอปเปิ้ลเฮ้าส์ ศูนย์รวมไอโฟนมือสอง สภาพนางฟ้า ราคาสุดคุ้ม พร้อมการันตีคุณภาพทุกเครื่อง นอกจากนี้ apple house ยังมีบริการรับซื้อไอโฟน ให้ราคาสูง ประเมินตามราคาตลาดจริง ไม่กดราคา ลูกค้ามั่นใจได้ บริการหน้าร้านกว่า 9 สาขาทั่วไทย และสามารถผ่อนไอโฟน 9 สาขาทั่วไทย

อย่ารอช้า!  เลือกซื้อ เลือกขายไอโฟน ต้องที่ apple house (แอปเปิ้ลเฮ้าส์) เท่านั้น! 

หากคุณสนใจที่จะขาย iPhone มือสอง ทางเรามีบริการรับซื้อไอโฟนมือสอง คุณสามารถประเมินราคาไอโฟนมือสอง เบื้องต้นได้หลากหลายช่องทางที่ apple house  เราการันตีว่าขายกับเรา ง่าย ไว ชัวร์

เพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ประเมิน > นัดหมาย > รับเงินทันที

 ช่องทางการติดต่อ:

Tags

ข่าวสารและโปรโมชั่นที่เกี่ยวข้อง

X